อินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน
Bookmark and Share
Bookmark and Share

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ป.ช.ช. ตรวจสอบศาล !!!

 
ดร.ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 21:30:15 น.  มติชนออนไลน์

ป.ช.ช. ตรวจสอบศาล !!!

โดย ดร.ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ*

“ ดุลพินิจ ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว”  หากผู้พิพากษาท่านหนึ่งต้องประหารผู้กระทำความผิดตามกฎหมายโดยไม่มีเหตุลด โทษใดๆ  แต่ท่านไม่ประหารเพราะ “กลัวบาป” หรือเพราะท่านไม่เห็นด้วยกับโทษประหารชีวิต ผู้พิพากษาท่านนั้นต้องลาออก เพราะท่านไม่เคารพและปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมาย


แต่กลับเอา “อคติส่วนตัว” มาใช้ อคติที่ว่านี้คือ “ภยาคติ”


การกลัวบาป เป็นมโนธรรมที่ดี แต่หากเกิดด้วยมิจฉาทิฐิ ก็กลับกลายเป็นภยาคติ ได้โดยไม่ต้องมีใครเอามีดมาจ่อคอหอย หรือเอา M 79 มาขู่


ผู้พิพากษาเป็นเพียงผู้ชี้กรรมเท่านั้น ท่านหาได้เป็นผู้ทำบาปหรือสร้างกรรมไม่ แต่หากทำด้วยอคติท่านจึงจะกลายเป็นผู้สร้างกรรมและต้องชดใช้กรรมที่ท่านก่อ ไว้นั้นเอง 


ดังนั้นการที่ท่านคิดว่าการชี้กรรมนั้นเป็นการทำบาปจึงเกิดจากความไม่รู้จริง เป็นโมหาคติ การกลัวบาปจึงกลายเป็นภยาคติ ด้วยเหตุนี้


การใช้ดุลพินิจที่ไม่มีหลักเกณฑ์ เพราะไม่มีเหตุผลรองรับเป็น “อำเภอใจ” (arbitariness) เป็น โมหาคติ อย่างหนึ่ง  หากทำไปเพราะเพื่อตามใจผู้มีอำนาจไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าศาลด้วยกัน ฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายนิติบัญญัติ ก็เป็นฉันทาคติ คือตัดสินตามความพอใจของตน ใครคัดค้านโต้แย้ง ก็ลงโทษด้วยบทละเมิดอำนาจศาล หรือดูหมิ่นศาล ก็จะกลายเป็น โทสาคติ ได้


ถ้าผู้พิพากษาใช้ดุลพินิจตัดสินด้วยอคติอย่างใดอย่างหนึ่งใน 4 นี้ ใครจะเป็นคนชี้ว่าท่านไม่ควรเป็นผู้พิพากษาอีกต่อไป ! หรือจะรอให้ผลกรรมตกแก่ตัวท่านเองเท่านั้น


หากเป็นเช่นนั้นความเชื่อมั่นศรัทธา และความชอบธรรมในการใช้อำนาจของศาลก็จะ ลดน้อย เสื่อมทรามลงและ ค่อย ๆ ถูกกัดกร่อนบ่อนทำลายสถาบันตุลาการจนล่มสลายจากความไว้วางใจไปในที่สุด


สังคม ประเทศชาติก็จะขาดที่พึ่งแหล่งสุดท้ายไปอย่างที่ไม่มีใครจะช่วยได้


เรามีบทลงโทษผู้ที่ใช้อิทธิพลข่มขู่ คุกคาม ผู้พิพากษา แต่ผู้พิพากษาที่อยู่ใต้อิทธิพลของอคติ 4 กลับไม่มีใครลงโทษได้โดยอ้างอาศัยว่าเป็น “ดุลพินิจ”


คนเสนอทรัพย์สินให้เจ้าหน้าที่ศาล ถูกลงโทษได้ทันทีฐานละเมิดอำนาจศาล แต่คนของศาลที่รับทรัพย์สินไว้กลับไม่มีใครลงโทษ ด้วยเหตุผลร้อยแปด


สมมติว่าผู้พิพากษาท่านหนึ่งเรียกคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในคดีมรดก หรือคดีของบริษัทจัดสรรที่ดินรายใหญ่เข้าไกล่เกลี่ยแล้วท่านเพียงกล่าวว่า


“ศาลเองก็อยากซื้อหรืออยากขายที่ดินสักแปลงหนึ่งเหมือนกัน ขอปรึกษาว่าจะทำไงดี”


หากต่อมาปรากฏว่าคดีนี้ฝ่ายที่ไม่ได้ “ให้คำแนะนำ” อันเป็นที่พอใจของศาลถูกตัดสินให้แพ้คดี ทั้งที่ข้อกฎหมายเป็นไปในทางตรงกันข้ามโดยศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาตัดสินกลับคำ พิพากษานั้นในภาย หลัง จะมีใครกลับไปพิจารณาพฤติกรรมอันไม่ชัดแจ้งดังกล่าวนี้หรือไม่ ?


คงไม่ ....  เพราะเป็น “ดุลพินิจ” ของผู้พิพากษาท่านนั้น และสามารถอุทธรณ์ ฎีกาได้อยู่แล้วกระมัง และทรัพย์สินของท่านก็ไม่มีอะไรเพิ่มขึ้น !!!


หลักฐานในการใช้อคติด้านการเงินจึงไม่ปรากฏ ทั้งที่ ด้านข้อกฎหมายปรากฎชัด


นี่คือดุลพินิจที่ไม่มีใครตรวจสอบได้


ดังนั้น การที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช. )จะเข้าตรวจสอบพฤติกรรม น่าสงสัยของ “ข้าราชการในตำแหน่งตุลาการ” ก็ไม่น่าจะมีอะไรขัดข้อง เป็นการช่วยกันหาข้อเท็จจริง และไม่เกี่ยวกับความเป็นอิสระของผู้พิพากษาและการทำงานของ คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) เพราะท่านเองก็จะได้ข้อเท็จจริง

 

หากผู้เกี่ยวข้องไปร้องต่อ คณะกรรมการตุลาการเองโดยไม่มีข้อเท็จจริงประกอบ (เพราะไม่มีอำนาจไปขุดคุ้ย) ก็อาจจะโดนผู้พิพากษาที่ถูกร้องเรียนนั้นฟ้องร้องเอาฐานดูหมิ่นศาลหรือ แจ้งความเท็จต่อ ก.ต. ซึ่งก็มีกรณีเกิดขึ้นอยู่เนือง ๆ และเขาก็อาจจะแพ้คดีที่เขาถูก ผู้พิพากษาฟ้องเขาในศาลที่ผู้พิพากษาท่านนั้นสังกัดอยู่ดี


หากเราจะถือหลักว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และต้องทำงานด้วยความโปร่งใส ภายใต้กฎหมาย ก็ต้องให้ ป.ป.ช. นี่แหละเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ แม้แต่ข้าราชการในตำแหน่งตุลาการ  ผมมีกฎหมายอ้างอิง 2 ฉบับ ดังนี้


ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 201  บัญญัติว่า “ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ........ ฯ เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต”

 
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริต พ.ศ. 2542  มาตรา  4 บัญญัติไว้ ความว่า  “ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้

เจ้าหน้าที่ของรัฐ   หมายความว่า  ….  ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งมีตำแหน่ง  หรือเงินเดือนประจำ  ….. หรือคณะบุคคลซึ่งใช้อำนาจหรือได้รับมอบให้ใช้อำนาจทางการปกครองของรัฐในการ ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามกฎหมาย  ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งขึ้นในระบบราชการ  รัฐวิสาหกิจ  หรือกิจการอื่นของรัฐ  …..  
--------------   ฯลฯ  -----------------
 

 มาตรา  19  คณะกรรมการ ป.ป.ช.  มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้


 (1) ไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสำนวนพร้อมทั้งทำความเห็นเสนอต่อวุฒิสภาตามหมวด  5  การถอดถอนจากตำแหน่ง


 (2) ไต่สวนข้อเท็จจริงและสรุปสำนวนพร้อมทั้งทำความเห็นเพื่อส่งไปยังอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องคดี......


 (3) ไต่สวนและวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปกติ  กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม


 (4) ตรวจสอบความถูกต้อง ....... “


ผู้เสียหาย ก็ทำได้โดยชอบตามมาตรา 84  ความว่า “ การกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ .... ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือกระทำความผิดต่อตำแหน่ง หน้าที่ในการยุติธรรม ให้ผู้กล่าวหายื่นคำกล่าวหาเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของตนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือพ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ ของรัฐไม่เกินสองปี”


เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับคำกล่าวหา ….  หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดกระทำความผิดฐานทุจริตต่อ หน้าที่ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการตามหมวด 4 การไต่สวนข้อเท็จจริง (มาตรา 88)   หากป.ป.ช.ไม่ทำก็จะมีความผิดได้ ป.ป.ช. จึงต้องทำ


หาก เห็นว่าการให้ผู้ถูกกล่าวหายังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอาจจะก่อความเสียหายให้ แก่ทางราชการหรือเป็นอุปสรรคในการไต่สวน คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจขอให้พักราชการผู้ถูกกล่าวหาก็ได้ ตามมาตรา 90  


คณะกรรมการตุลาการ ตามกฎหมายฉบับนี้เป็นผู้บังคับบัญชาพิจารณาความผิดทางวินัยของผู้พิพากษาเท่านั้น ตามมาตรา 92   “ในกรณีมีมูลความผิดทางวินัย เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดแล้วมีมติว่าผู้ถูกกล่าวหาผู้ ใดได้กระทำความผิดวินัย …. กรณีผู้ถูกกล่าวหาเป็นข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ .....  ให้ประธานกรรมการส่งรายงานและเอกสาร ที่มีอยู่ พร้อมทั้งความเห็นไปยังประธานคณะกรรมการตุลาการ .....  เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่าย ตุลาการ …. โดยเร็ว โดยให้ถือเอารายงานและเอกสารของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นส่วนหนึ่งของ สำนวนการสอบสวนด้วย และเมื่อดำเนินการได้ผลประการใดแล้วให้แจ้งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบภายใน สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้มีคำสั่งลงโทษทางวินัย .... ฯ”


มาตรา 95   ในกรณีที่ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาไม่ดำเนินการ ทางวินัย ... หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าการดำเนินการทางวินัยของผู้บังคับบัญชา ... ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม ….ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหา ผู้ นั้นเป็นข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการข้า ราชการตุลาการ .... ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. แจ้งความเห็นไปยังประธานคณะกรรมการตุลาการ... ฯ”


ผมจึงเห็นไปว่า การดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ ป.ป.ช.  นั้นทำได้และมิได้ก้าวก่ายอำนาจใคร เพราะเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนจะปรากฏต่อมาว่าใครบริสุทธิ์หรือทุจริตอย่างไรหรือไม่ ก็ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่พบ อย่าห้ามการหาข้อเท็จจริงเลย


สำหรับเหตุการณ์ประกอบพฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้เกี่ยวข้องที่ตามมา ... ทำให้ผมเกิดความกังขา ... ขอตั้งคำถาม ณ ตรงนี้อีกครั้งหนึ่งว่า


ถ้ามีเรื่องกับใคร ให้ไปพึ่งศาล


แต่ถ้ามีเรื่องกับศาลจะหันหน้าไปพึ่งใคร ?(ถ้าไม่ใช่ป.ป.ช.)


ในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้  ศาลเป็นสิ่งเดียวที่ผมเองและประเทศชาติหวังเป็นที่พึ่งสุดท้าย หากผู้พิพากษาบางคนมุ่งทำลายสถาบันศาล ด้วยการแสดงออกไม่ว่า ด้วยโทสาคติก็ดี หรือด้วยโมหาคติ (ไม่รู้กฎหมายและขาดคุณธรรม มโนธรรมของผู้พิพากษา)

 

ผมเอง ประชาชนทั้งหลายและนักกฎหมายทั้งปวง ก็คงจะสิ้นหวัง ได้แต่ปลงอนิจจัง ทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลกันไป

*******

*หมายเหตุ-นิติศาสตร์ บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง) และนิติศาสตร์มหาบัณฑิต  (สาขากฎหมายอาญา  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) เนติบัณฑิตไทย, LL.M. (University of Pennsylvania), ประกาศนียบัตรชั้นสูงทางกฎหมายอาญา (D.E.A. de sciences criminelles), ปริญญาเอกเกียรตินิยมทางกฎหมายอาญา (l’ Universit? de Nancy 2); Doctorat en droit p?nal, mention tr?s honorables (l’ Universit? de Nancy 2),  รองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1267010623&grpid=&catid=02

ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.media4democracy.com/th/
http://www.youngtelecom.org/
http://www.logex.kmutt.ac.th/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm
http://www.isriya.com/node/2809
/wordcamp-bangkok-2009-pool-party
C:\Documents and Settings\user\My Documents\ไฟล์ที่ได้รับของฉัน\issarachon1101.wma
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hiansoon

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Invitation to view my posts on FriendFeed

FriendFeed
Sundara invites you to try FriendFeed, where you can share and discover links, photos, videos and more!
Accept invitation
You are receiving this email because Sundara sent an invitation to wongsweet.ilaw@blogger.com from http://friendfeed.com/. Opt-out of invitation request emails: http://friendfeed.com/account/optout?code=xK67Gmv0vI
FriendFeed Inc., 313 W. Evelyn Ave., Mountain View, CA 94041

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Amber Alert ..

Amber Alert ..

 

 

 

ตามสถิติของมูลนิธิกระจกเงาที่ทำการบันทึกจำนวนผู้ที่สูญหายซึ่งมีญาติหรือครอบครัวไปแจ้งไว้
กับทางมูลนิธิให้ช่วยตามหาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 - 2552 มีจำนวน 1,287 คน
และที่สามารถตามหาจนพบมีจำนวน 856 คน ซึ่งทางมูลนิธินั้นรับแจ้งคนหายทุกช่วงวัย
ทั้งคนแก่ คนหนุ่มสาวหรือเด็กๆ

 

 


ระยะหลังมานี้เราๆ คงเคยจะได้รับเมลหรือ fwd. เมล หรืออาจจะเคยเห็นกรอบเล็กๆ
บนหน้าหนังสือพิมพ์ที่ลงประกาศตามหาเด็กหาย บ่อยครั้งเปิดดูแล้วเห็นดวงตากลมๆ ใสๆ
ฉันก็ได้แต่ถามตัวเองว่า เด็กพวกนี้หายไปไหน หายไปได้ยังไงและจะมีซักกี่คนที่ได้กลับบ้าน
เพราะระบบการตามหาเด็กหายของเราดูจะให้น้ำหนักและความไว้เนื้อเชื่อใจไปที่มูลนิธิต่างๆ
ที่ให้ความช่วยเหลือมากกว่าจะฝากความหวังไว้ที่ตำรวจซึ่งมีสิทธิ-ความรับผิดชอบในการสืบสวน

สอบสวนโดยตรง

 

 

 

 

หากจะมองเพียงแค่ตัวเลขสถิติ ปัญหาเด็กหายในบ้านเราดูเหมือนจะเทียบไม่ได้กับสถิติ

เด็กหายในอเมริกา(ซึ่งมักจะก่นด่าว่าปัญหาเด็กและเยาวชนของเราโยงใยกับการค้ามนุษย์)

ตามที่มีการบันทึกไว้ว่าเด็กๆ ในประเทศอเมริกาจำนวน 750,000 คนที่ถูกแจ้งความหายไว้

ซึ่งก็มีทั้งที่หนีออกจากบ้านและถูกลักพาตัว

 

 

 

 

ในแต่ละปีจะมีเด็กจำนวน 100 คนถูกลักพาตัว หรือ 3-4 วัน / 1 คน
9 ใน 10 คนนั้นเป็นเด็กผู้หญิง ซึ่ง 5 ใน 10 คนถูกลักพาตัวเพื่อกระทำทางเพศ
และเศร้าสลดหดหู่เพราะ 3 ใน 4 ของเหยื่อ จะถูกฆ่าภายในเวลา 3 ชั่วโมงหลังถูกลักพาตัว

http://mblog.manager.co.th/sazzie/Amber-Alert/



--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://apps.facebook.com/blognetworks/index.php
http://www.roundfinger.com/
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
http://www.deepsouthwatch.org/node/687

วันที่ 15-24 มี.ค. 53 เวลา 08.30-16.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารบี ชั้น 3 ด้านตะวันออก ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่

กรุงเทพฯ--22 ก.พ.--กทม.

นายประเทือง โฉมงาม ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร แจ้งว่า เนื่องด้วยกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) ชุดปัจจุบันจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง วันที่ 30 มิ.ย. 53 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร จะเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปเข้ารับการคัดเลือกเป็น กกต.กทม. ชุดใหม่ ระหว่างวันที่ 15–24 มี.ค. 53 เวลา 08.30–16.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคารบี ชั้น 3 ด้านตะวันออก ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่

สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็น กกต.กทม. ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป   มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่หรือรับราชการอยู่ในกรุงเทพมหานคร มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ รวมทั้งต้องมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ตลอดจนความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ได้ตลอดเวลา

ผู้สนใจขอรับใบสมัครได้ที่สำนักงาน กกต.กทม. หรือดาวน์โหลดทางเว็บไซต์ http://bangkok.ect.go.th ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 53 เป็นต้นไป และยื่นใบสมัครด้วยตนเอง พร้อมหลักฐานประกอบด้วย บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานทางการศึกษา พร้อมสำเนาอย่างละ 1 ชุด ใบรับรองแพทย์ ประวัติการทำงาน เช่น รูปถ่ายหรือรูปพิมพ์ชัดเจน ขนาด 5X7 ซม. จำนวน 3 รูป หลักฐานอื่นๆ (ถ้ามี) เช่น ใบเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล เป็นต้น สอบถามโทร. 0 2141 8070-7



--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://apps.facebook.com/blognetworks/index.php
http://www.roundfinger.com/
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
http://www.deepsouthwatch.org/node/687

วันที่ 21-27 ก.พ. 2553 สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เดินทางไปเยือนสภากรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี

กรุงเทพฯ--22 ก.พ.--กทม.

ประธานสภากรุงเทพมหานคร นำคณะเดินทางแลกเปลี่ยนตามโครงการสภาบ้านพี่เมืองน้อง ณ กรุงโซล   เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในด้านต่างๆ นำมาปรับปรุงกรุงเทพมหานคร ให้มีความทัดเทียมนานาประเทศ

นายกิตพล เชิดชูกิจกุล ประธานสภากรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า สภากรุงเทพมหานคร ได้นำสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เดินทางไปเยือนสภากรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ตามคำเชิญของสภากรุงโซล ในโครงการสภาบ้านพี่เมืองน้อง ระหว่างวันที่ 21-27 ก.พ. 53   เพื่อส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสภากรุงเทพมหานคร กับสภาบ้านพี่เมืองน้อง   อีกทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างสภานิติบัญญัติระดับเมือง เพิ่มศักยภาพความร่วมมือระหว่างองค์กร ภาคเอกชน และกลุ่มประชาคม ตลอดจนส่งเสริมและแลกเปลี่ยนความร่วมมือในด้านต่างๆ อาทิ ด้านการศึกษา วัฒนธรรม การท่องเที่ยว สุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนเพื่อการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ด้านอื่นๆ ในอนาคต

สำหรับกำหนดการเดินทางเยือนกรุงโซลในครั้งนี้   นายกิตพล พร้อมคณะจะเดินทางไปเยี่ยมชม Seoul Topis หรือศูนย์บริการการจัดคมนาคมและข้อมูลข่าวสาร พร้อมทั้งศึกษาดูงานที่ Seoul Center (Densan 120) เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีคมนาคมและการสื่อสารของกรุงเทพฯ ให้มีความทันสมัยต่อไป



--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://apps.facebook.com/blognetworks/index.php
http://www.roundfinger.com/
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
http://www.deepsouthwatch.org/node/687

ชมนิทรรศการ รัฐสภาแห่งใหม่ ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุง เทพฯ สี่แยกปทุมวัน แสดงจนถึงวันที่ 26 มี.ค.

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7024 ข่าวสดรายวัน


ชมนิทรรศการ รัฐสภาแห่งใหม่


นุเทพ สารภิรมย์




"รัฐสภา" หรือ "สภานิติบัญ ญัติ" เป็นสถานที่สำคัญที่ใช้ออกกฎหมายมาบังคับใช้ภายในประเทศ และยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย

รัฐสภา แห่งแรกของไทยสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2513 และเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2517 ปัจจุบันรัฐสภาตั้งอยู่ด้านทิศเหนือของพระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นสถานที่ปฏิบัติงานของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รวมถึงสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา

อาคารภายในรัฐสภามีทั้งสิ้น 3 อาคาร ประกอบด้วย อาคาร 3 ชั้น ใช้ประชุมสภา ส.ว. ส.ส. และการประชุมร่วม 2 สภา อาคาร 7 ชั้น เป็นสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา โรงพิมพ์รัฐสภา และอาคารสโมสรรัฐสภา 2 ชั้น

เมื่อปีพ.ศ.2535 ในสมัยนายมารุต บุนนาค เป็นประธานรัฐสภา ได้ริเริ่มแนวคิดก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ต่อมาวันที่ 15 ส.ค. 2551 นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ บนเนื้อที่ 119 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งพระนคร ย่านเกียกกาย ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ตามความเห็น ร่วมกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร

และเพื่อให้ได้มาซึ่ง แบบของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ที่มีความสง่างาม เหมาะสมกับภูมิทัศน์ รวมทั้งออกแบบสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์แบบไทย พร้อมทั้งประโยชน์ใช้สอยที่ตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างคุ้มค่า รัฐสภาจึงประกาศเชิญชวนประชาชน ส่งแบบรัฐสภาแห่งใหม่เข้าร่วมประกวด



สถาปนิก ไทยจากทั่วทั้งประเทศ ต่างร่วมส่งผลงานเข้าประกวดแบบ โดยมีบริษัทและบุคคลส่งแบบเข้าประกวดจำนวน 131 แบบ ทุกผลงานได้แสดงถึงแนวคิดที่สร้างสรรค์ และมีความโดดเด่นที่หลากหลายในแบบสถาปัตย กรรมของไทย แต่มีเพียง 5 ราย ที่ผ่านหลังเกณฑ์ข้อกำหนด

กระทั่งวันที่ 2 ธ.ค. 2552 คณะกรรมการสรุปผลการตัดสิน โดยมีมติเลือกแบบจำลองอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ของ นายธีรพล นิยม พร้อมคณะ ให้เป็นผู้ชนะการประกวดในครั้งนี้

ล่าสุดทาง สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา สมาคมสถาป นิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ ร่วมจัดนิทรรศการแสดงผลงานประกวดแบบรัฐสภาแห่งใหม่

โดยรวบรวมแบบ ประกวดและโมเดลรัฐสภาจำลองของผู้เข้าร่วมประกวดทั้งหมด มาจัดแสดงให้ประชาชนเข้าชม เพื่อเกิดการเรียนรู้ เและภาคภูมิใจในงานสถาปัตยกรรมที่สำคัญของชาติ เพื่อเป็นเกียรติให้แก่โครงการรัฐสภาแห่งใหม่ และการมีส่วนร่วมในวาระอันเป็นประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งของประเทศ

ภาย ในนิทรรศการแบ่งออกเป็น 3 โซน โซนแรก เป็นห้องโชว์ผลงานแบบโมเดลรัฐสภาจำลองเสมือนจริงของผู้ชนะการประกวด ภายในห้องตกแต่งด้วยภาพจำลองบรรยากาศรัฐสภาใหม่ 4 ภาพ เป็นบรรยากาศในช่วงเช้า เที่ยง เย็น และค่ำ สามารถจัดเรียงได้อย่างสวยงาม



โซน ที่ 2 อยู่ด้านนอกเป็นที่จัดแสดงผลงานแบบโมเดลจำลองต้นแบบของทั้ง 5 รายที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ซึ่งผลงานแต่ละชิ้นแบ่งออกเป็น 5 ห้อง แต่ละห้องจะมีรายละเอียดชี้แจงเกี่ยวกับตัวอาคารใหม่ และการก่อสร้างอย่างชัดเจน

โซนสุดท้าย ด้านในสุด นำโปสเตอร์แบบจำลองทั้งหมดที่ส่งเข้าประกวด มาจัดแสดงอย่างเป็นระเบียบ ประชาชนสามารถเดินชมผลงานที่ส่งประกวดได้อย่างเพลิดเพลิน

ในวันเปิด งานที่เพิ่งผ่านพ้นมา นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เดินทางมาเป็นประธาน พร้อมด้วยบุคคลสำคัญของรัฐสภา ทั้ง นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 รวมถึงบุคคลจากวงการสถาปัตย กรรมและวิศวกรรม ต่างเดินทางมาร่วมชมงานนิทรรศการผลงานการประกวดแบบรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งนี้

นาย ชัยกล่าวว่า เนื่องจากงานของ ส.ส. ส.ว. ขณะนี้มีเพิ่มเป็นจำนวนมาก และจำนวนข้าราชการสภาที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการปฏิบัติงานของสมาชิกรัฐสภา ทำให้สถานที่ปฏิบัติงานของรัฐ สภาปัจจุบันอยู่ในสภาพแออัดไม่สะดวกสบาย ในการทำงานส่งผลให้การปฏิบัติงาน และการดำเนินงานของรัฐสภาไม่คล่องตัว เกิดความล่าช้าไม่มีประสิทธิภาพ

รัฐสภา จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง ทั้งรัฐบาล ส.ส. และส.ว. มาประชุมปรึกษาหารือร่วมกัน เพื่อคัดเลือกพื้นที่ก่อสร้างอาคารรัฐ สภาแห่งใหม่ ครั้งเมื่อพิจารณาข้อดี ข้อด้อย ในหลายๆ พื้นที่ ทุกฝ่ายจึงเห็นชอบร่วมกัน ก่อนมีมติเลือกพื้นที่ราชพัสดุ ถนนทหาร ย่าน เกียกกาย เขตดุสิต กทม. เป็นพื้นที่มีความเหมาะสมที่สุดในการก่อ สร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่อย่างเป็นรูปธรรม

ขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้ รัฐสภาจะแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาการก่อสร้างขึ้นมาร่าง สัญญาการก่อสร้าง เพื่อเปิดประมูลตามระเบียบการก่อสร้างต่อไป

"ประเทศ ไทยกำลังจะมีอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพราะรัฐสภาถือเป็นสถาบันฝ่ายนิติบัญ ญัติ ซึ่งเราได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพื่อรองรับภารกิจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และส่วนราชการในสังกัดรัฐสภาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ" ประธานรัฐสภา กล่าว

การจัดนิทรรศการผลงานประกวดแบบรัฐสภาแห่งใหม่ในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์สูงสุดในการเผยแพร่การออกแบบของสถาปนิกไทยต่อวงการการออกแบบ สถาปัตยกรรมและสาธารณชน นับเป็นนิมิตหมายที่ดีในการสร้างความเข้มแข็งให้กับศาสตร์และศิลป์ในทาง สถาปัตยกรรมของไทยอย่างยั่งยืนสืบไป

ประชาชนที่สนใจสามารถร่วมเข้าชมนิทรรศ การนี้ได้ ที่ชั้น 7 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุง เทพฯ สี่แยกปทุมวัน แสดงจนถึงวันที่ 26 มี.ค.


หน้า 5
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROb1lYQXdNekl4TURJMU13PT0=&sectionid=TURNeE53PT0=&day=TWpBeE1DMHdNaTB5TVE9PQ==

--
โปรดอ่าน blog
www.pridiinstitute.com
www.nakkhaothai.com
www.pcpthai.org
http://wdpress.blog.co.uk
http://rsm2009-rsm2009.blogspot.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
www.youtube.com/user/naiissarachon#p/a/u/0/34ZvscsnCbA

นกปรอดหัวโขน ยังต้อง"คุ้มครอง"

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7024 ข่าวสดรายวัน


นกปรอดหัวโขน ยังต้อง"คุ้มครอง"


คอลัมน์ ทัวร์ทโมน

ปริญญา ผดุงถิ่น pui@tourtamoan.com www.tourtamoan.com




นกปรอดหัวโขน ยังจำเป็นต้องได้กฎหมายคุ้มครอง

กลายเป็นประเด็นให้โต้แย้งกันอีกจนได้ เรื่องของนกปรอดหัวโขน (Red-whiskered Bulbul) ระหว่างคนชอบเลี้ยงนกกับคนชอบดูนก

เหตุเพราะสมาคมนกกรงหัวจุกต่างๆ ไปร้องต่อกรมอุทยานฯ เมื่อเร็วๆนี้

ขอให้ทางการปลดนกกรงหัวจุก หรือนกปรอดหัวโขนนี้ ออกจากบัญชีรายชื่อสัตว์ป่าคุ้มครอง

ด้วยข้ออ้างสำคัญว่า ทุกวันนี้ นกปรอดหัวโขนสามารถเพาะพันธุ์ในกรงได้แล้ว

ถ้าไม่มีกฎหมายมาเป็นอุปสรรค จะได้เพาะเลี้ยงกันได้ถนัดๆ มือหน่อย

แต่ฝ่ายคนดูนกไม่เห็นด้วย มีการล่ารายชื่อเพื่อคัดค้านกันอยู่ในเวลานี้

ซึ่งผมเองก็ร่วมลงชื่อกับเขาไปแล้ว!

เหตุที่เราต้องค้านการปลดนกปรอดหัวโขน ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง

เพราะเห็นอยู่ตำตาแล้ว ว่าการเลี้ยงนกกันขนานใหญ่ ส่งผลให้นกปรอดหัวโขนหมดสิ้นไปจากธรรมชาติได้จริง

เรื่องนี้ ผมว่าคนเลี้ยงนกเองก็รู้แก่ใจ แต่มักเถียงข้างๆ คูๆ ว่า นกหนีไปภาคอื่น หรือประเทศเพื่อนบ้าน เพราะไม่มีป่าจะให้อยู่!

เอาละ ถึงนาทีนี้ ผมยอมรับว่านกปรอดหัวโขน สามารถเพาะเลี้ยงสำเร็จได้จริงในกรงขัง

และเห็นด้วย หากคนเลี้ยงนกจะพยายามเพาะพันธุ์ดู ไม่ใช่ขังเดี่ยวให้ร้องอยู่ตามชายคา จนสิ้นอายุขัยไป

แต่จากข้อมูลที่โชว์ออกมาตามเว็บไซต์ของคนเลี้ยงนกเอง ยืนยันข้อเท็จจริงสำคัญ

ว่าการเพาะนกปรอดหัวโขนให้สำเร็จ ไม่ใช่ของง่าย

มีปัญหาจู้จี้กวนใจสารพัด ที่จะทำให้การจับคู่ในกรงล้มเหลว

สรุปว่า มันให้ผลผลิตค่อนข้างต่ำ ไม่ทันต่อความต้องการของตลาด

ขณะเดียวกัน ข่าวการสกัดจับขบวนการค้านกป่า ซึ่งมีนกปรอดหัวโขนเป็นสินค้าหลัก ยังมีให้เห็นกันตลอด

ไม่ว่าในตลาดใหญ่อย่างตลาดซันเดย์ สวน จตุจักร

หรือระหว่างการลักลอบขนย้ายนก ด้วยพาหนะต่างๆ

บางครั้งยึดของกลางได้เป็นหลายร้อยตัว

ตรรกะมันก็ชัดอยู่แล้ว ถ้าวงการเลี้ยงนก มีลูกนกมาป้อนตลาดพอเพียง

นกป่ามันจะถูกจับ หาสวรรค์วิมานอะไร?

ที่ผ่านมานั้น แม้นกตัวนี้เป็นสัตว์ป่าคุ้ม ครอง แต่เจ้าหน้าที่ก็อะลุ้มอล่วยให้มากแล้ว

ถ้าเป็นนกเลี้ยงตามบ้าน เขาก็ไม่คิดไปยุ่งด้วย

จะตามจับเฉพาะตามร้านค้านกผิดกฎหมาย และระหว่างการลอบขนย้ายเท่านั้น

เรื่องนี้ เราต้องพูดกันตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่โต้วาที หรือเล่นลิ้นหัวหมอกัน

ทั้งที่ผิดกฎหมาย ก็ยังมีคนกล้าเสี่ยงทำผิด แบบว่าจับกันไม่มีหมดเห็นๆ

ถ้าปลดนกจากกฎหมายคุ้มครองซ้ำอีก มีหวังเป็นยุคทองของตลาดค้านกทันที

ใครใคร่จับ-จับ ใครใคร่ขาย-ขาย ใครใคร่เลี้ยง-เลี้ยง

นกคงหายจากธรรมชาติ ไปอยู่ในกรงแทน คราวนี้ทั่วประเทศเลย ไม่ใช่เฉพาะปักษ์ใต้

ใครเห็นด้วย กับการมีกฎหมายคุ้มครองนกปรอดหัวโขนต่อไป

อยากเห็นนกดำรงสายพันธุ์ตามธรรมชาติ เป็นเพื่อนร่วมโลกจรรโลงใจคน อย่างมีอิสระเสรี

แจ้งชื่อ-นามสกุลจริง เลขที่บัตรประชาชน และที่อยู่ ไปยังอีเมล์ FreeRWB@gmail.com

ช่วยกันคนละไม้ละมือ ยังพอมีความหวังและยังทันเวลา


หน้า 7
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROb1lYQXdOVEl4TURJMU13PT0=&sectionid=TURNeE53PT0=&day=TWpBeE1DMHdNaTB5TVE9PQ==

--
โปรดอ่าน blog
www.pridiinstitute.com
www.nakkhaothai.com
www.pcpthai.org
http://wdpress.blog.co.uk
http://rsm2009-rsm2009.blogspot.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
www.youtube.com/user/naiissarachon#p/a/u/0/34ZvscsnCbA