อินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน
Bookmark and Share
Bookmark and Share

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ถอดบทเรียนกรณีชาวบ้านปางแดงกับผืนป่า : มองหาสิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค ในสังคมไทย (2)

ถอดบทเรียนกรณีชาวบ้านปางแดงกับผืนป่า : มองหาสิทธิ เสรีภาพ เสมอภาค ในสังคมไทย (2)

 

 
เมื่อเอ่ยถึง ‘ปาง แดง’ เชื่อว่าหลายคนที่สนใจในเรื่องประเด็นสิทธิมนุษยชน คงจะรู้จักและคุ้ยเคยกันดี เนื่องจากเป็นกรณีตัวอย่างที่เกิดเหตุการณ์ เมื่อชาวบ้านถูกเจ้าหน้าที่รัฐหลายร้อยนาย ได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมและจับกุมชาวบ้านปางแดงซ้ำซาก 3 ครั้งติดต่อกัน ซึ่งทำให้สังคมมองว่า เป็นการจับกุมแบบเหวี่ยงแห และถือว่าเป็นละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
 
และเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2552 ที่ผ่านมา ณ หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีเวทีสาธารณะนำเสนอประสบการณ์และบทเรียนการแก้ไขปัญหาชุมชนบ้านปางแดง ซึ่งมีประเด็นน่าสนใจ น่าศึกษาวิเคราะห์และหาทางออกร่วมกัน ‘ประชาไท’ จึงขอนำมารายงานไว้ตรงนี้
 

 
ภาพการจับกุมชาวบ้านปางแดง สะท้อนผ่านสื่อว่าสิทธิมนุษย์กำลังถูกทำลาย
 
นายสุมิตรชัย หัตถสาร ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น1 ใน 7 ทีมทนายความคดีปางแดง ได้บอกเล่าถึงเหตุการณ์การจับกุมและการชุมนุมของชาวบ้านปางแดง ที่หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนั้นว่า หากย้อนกลับไปในเหตุการณ์ช่วงนั้น จะเห็นภาพของชาวบ้านปางแดงทุกคน ทุกครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นลูก เมีย หรือว่าคนในหมู่บ้านเอง ต่างพากันไปอยู่ที่ศาลากลางทั้งหมด เป็นการชุมนุมในระยะเวลา 1 เดือนเต็มๆ ท่ามกลางฝนตกหนักตลอดเวลา แต่ชาวบ้านปางแดงก็ยังคงรวมตัวกันอยู่ตรงนั้น
 
“ทำให้ทุกคน เหมือนรู้ว่าสิทธิโดยความเป็นมนุษย์มันกำลังถูกทำลาย กำลังถูกละเมิด ซึ่งสิ่งเหล่านั้น ก็เป็นการฟ้องต่อที่สาธารณะทั้งหมด เพราะตอนนั้นข่าวของปางแดงก็กระจายไปทั่ว”
 
 
 
ทุกอย่างเริ่มผ่อนคลาย หลังคดีเข้าสู่กระบวนการของศาล
ร้องต่อศาลขอไต่สวนคำร้องการจับกุมมิชอบ - ประกันตัว
 
นายสุมิตรชัย บอกเล่าถึงที่มาที่ไปของกระบวนการศาล จนนำไปสู่การประกันตัวชาวบ้าน ว่า ระหว่างที่มีการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอไต่สวนคำร้องการจับกุมมิชอบ ซึ่งเมื่อศาลเห็นคำร้องก็รู้แล้วว่าปัญหานั้นคืออะไร และศาลก็เรียกทีมทนายทั้งหมดเข้าไปคุย หลังจากพูดคุยเสร็จเรียบร้อย ศาลอนุญาตให้ประกันตัว แต่ปัญหาต่อไปอยู่ที่ชาวบ้านยากจน ไม่มีหลักทรัพย์ ไม่มีข้าราชการที่ไหนจะเข้ามาประกันตัว แล้วจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้อย่างไร
 
“ตอนนั้น ทางศาลได้สอบถามว่าทีมทนายมีทั้งหมดกี่คน และเราก็บอกไปว่า ทีมทนายมีทั้งหมด 7 คน ซึ่งมาทำคดีนี้ จากนั้นทางหัวหน้าศาลก็ให้ใช้ทนายทั้ง 7 คนไปเตรียมเอกสารมา หลังจากนั้น หัวหน้าศาลได้อนุญาตปล่อยตัวชาวบ้านจำนวน 47 คน โดยใช้ตำแหน่งทนายความทั้ง 7 คน ซึ่งนี่ก็เป็นอีกมิติหนึ่งของการต่อสู้กับพี่น้องปางแดง ถือว่าเป็นความโชคดีที่ทางศาลอนุญาตให้พี่น้องชาวบ้านปางแดงได้มีการประกัน ตัวและกลับบ้านไป”
 
เผยยอมถอนคำร้องจับกุมมิชอบ แลกกับอิสรภาพของชาวบ้าน
 
ในเวทีวัน นั้น มีการพูดคุยกันถึงการยอมถอนคำร้องว่าเจ้าหน้าที่จับกุมมิชอบ ด้วยว่า หลังจากคดีนำไปสู่กระบวนการของศาล โดยทีมทนายความยอมขอถอนคำร้องการจับกุมมิชอบต่อศาล พื่อแลกกับอิสรภาพของพี่น้องชาวบ้านปางแดงทั้ง 47 คน
 
“ใจหนึ่งก็ อยากที่จะสู้เพื่อให้เรื่องทั้งหมดนั้นกระจ่างว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ นั้นผิดหรือถูกอย่างไร แต่อีกใจหนึ่ง ก็สงสารพี่น้องชาวบ้านปางแดงที่อยู่ในเรือนจำ ทำให้ผมเองคุยกับทางทีมทนายกันว่าควรจะเอาอิสรภาพของพี่น้องปางแดงก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ก็เลยตัดสินใจยอมถอนคำร้องไต่สวนจับกุมมิชอบเพื่อแลกกับอิสรภาพของพี่น้อง ชาวบ้าน นั่นเป็นที่มาของการได้รับการปล่อยตัว หลังจากนั้นการดำเนินคดีก็เข้าสู่กระบวนการดำเนินการของศาล”
ปางแดง คือบทเรียนของกระบวนการยุติธรรมกับส่วนราชการ
 
ด้าน พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน อดีตประธานอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินของศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนตาม ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งเป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้ลงพื้นที่ปางแดง เพื่อรับทราบปัญหาเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หลังเกิดเหตุการณ์ พี่น้องปางแดงโชคดีตั้งแต่กระบวนการยุติธรรมในศาล โชคดีที่มีทีมทนายที่เป็นทีมที่เห็นใจมนุษย์ เห็นใจชุมชน รวมทั้งยังมีทั้งองค์กรพัฒนาเอกชนที่อยู่ใกล้เคียงได้เข้ามาดูแล 
 
พลเอกสุรินทร์ ได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบ กรณีชาวบ้านปางแดง กับชาวเลที่หาดราไวย์ (ชุมชนราไวย์ตั้งอยู่บริเวณใกล้หาดราไวย์ หมู่ที่ 2 ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เป็นชุมชนของชาวมอแกนและอูรักลาโว้ย)ว่าล้วนถูกกระทำไม่แตกต่างกัน
 
“หากรัฐมองคน เหล่านี้เป็นคนที่ผิดกฎหมาย รัฐก็คงมีหน้าที่ 2 อย่าง คือ กรณีชาวเลราไวย์ ก็ทำแพ แล้วเอาคนลงแพ แล้วลากจูงปล่อยไปทิ้งทะเล หรืออีกทางหนึ่งคือ ให้เขาอยู่ชอบโดยกฎหมายและมีความมั่นคง กรณีปางแดงก็เหมือนกัน หากรัฐมองคนเหล่านี้เป็นคนที่ผิดกฎหมาย รัฐก็คงมีหน้าที่ 2 อย่างคือ จับชาวบ้านทั้งหมดขึ้นรถและส่งกลับไปพม่าที่เดิม หรือให้เขาอยู่อย่างมีความมั่นคง ซึ่งชาวบ้านทั้งหลายไม่ใช่หมูหมา กาไก่ แต่ที่เราทำทุกวันนี้เป็นเหมือนอย่างหมู หมา กา ไก่ ที่จะทำอะไรก็ได้ ซึ่งเราเองก็ทนไม่ได้ แม้กระทั่งตัวผมเองก็ยังทนไม่ได้ ผมทนต่อความอยุติธรรมไม่ได้มาตั้งแต่เล็กแต่น้อยแล้ว ผมเองเป็นทหารนอกแถวที่ไม่ยอมรับความไม่เป็นธรรมเด็ดขาด”
 
พลเอกสุรินทร์ ได้สรุปบทเรียนกรณีปางแดง ว่าได้รับบทเรียนเยอะมาก โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม 
 
“ก็ยังมี เครื่องหมายคำถามอยู่บ้าง ถึงแม้ว่าจะมีความเมตตาอยู่ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะที่ศาล แต่เริ่มตั้งแต่ตำรวจเลย ตำรวจ การจับกุม ไปเรื่อยๆจนถึงศาล ก็มีคำถามที่เป็นขั้นเป็นตอนอยู่เหมือนกันว่า โปร่งใสจริงไหม นี่ยังเป็นคำถามอยู่ ถามว่าเมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ทำอย่างไรถึงจะให้คำถามเหล่านั้นคลี่คลายลงหรือน้อยลง”
 
พลเอก สุรินทร์ ยังได้วิพากษ์ระบบราชการ ด้วยว่า เมื่อพูดถึงภาคราชการ หากย้อนยุคไปถึงสมัยกรมพระยาดำรงราชานุภาพโดยการใช้คำพูดของท่านว่า “ราชการของเรามีหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”ถ้าทุกภาคส่วนร่วมกันทำงานกันอย่างจริงจังแล้วคงไม่เกิดเหตุการณ์ เหมือนกับกรณีปางแดง 
 
“แต่ว่าบท เรียนที่ได้คือ ราชการเราไม่ทำอย่างนั้น ถามว่าเหตุจากอะไร ส่วนหนึ่งราชการบางคนก็อยากจะทำ อย่างน้อยๆก็เพราะด้วยระบบของราชการที่ไม่เอื้อ ตัวกฎหมายบางตัวที่ออกมาภายหลังนั้นไม่เอื้อ โครงสร้างกระบวนการบริหารของส่วนราชการไม่เอื้อ และนี่เป็นบทเรียนที่ว่าทางราชการควรหรือยังที่จะหันมาดูระบบของตนเองว่า สมควรที่จะมีการแก้ไข ปรับปรุงระบบราชการ ณ วันนี้หรือไม่ ต้องหันลงมาดูอย่างจริงจังแล้ว ถ้าไม่งั้นจะเกิดปัญหามากยิ่ง ขึ้น”                                                    
 
กลุ่มทุนการเมืองเกิดความเข้มแข็งขึ้น แต่ระบบราชการนั้นอ่อนแอ
 
ประธาน กรรมการบริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ยังมองว่า กลุ่มทุนภาคการเมือง ภาคราชการและบางกลุ่มนั้นเกิดความเข้มแข็งขึ้น แต่ตัวราชการที่จะใช้จริงๆนั้นเกิดการอ่อนแอลง ไม่สามารถที่จะวางแผนพัฒนาร่วมกับประชาชนอย่างแท้จริงได้ 
“ผมมองอย่างนั้นก็ด้วยความอ่อนแอทั้งกระทรวง มีทั้งตัวข้าราชการ พนักงาน ซึ่งไม่ใช่ข้าราชการ ทำให้เกิดความอ่อนแอมากขึ้นอีก”
เสนอให้ปางแดง เป็นกรณีศึกษาจัดระเบียบปัญหาที่ดินชุมชนในเขตป่าทั่วประเทศ
พลเอกสุรินทร์ กล่าวอีกว่า ควรมีการจัดระเบียบ จัดการแก้ไขปัญหาที่ดินในเขตป่ากันใหม่ทั้งประเทศ เหมือนกับการแก้ไขปัญหาบ้านปางแดง(‘โครงการ บ้านมั่นคงชนบทชุมชนบ้านปางแดง’ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยให้ราษฎรในชุมชนบ้านปางแดงให้มีหลัก ประกันได้รับความมั่นคงในชีวิต ตามสิทธิมนุษยชน พัฒนายกระดับให้ชุมชนมีความเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ และได้รับการรับรองฐานะอย่างเหมาะสมโดยชอบตามกฎหมายต่อไป)
“กรณี อย่างนี้ ไม่ใช่มีแค่ปางแดง ไม่ใช่ว่าจะมีเฉพาะที่เชียงดาวเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายๆพื้นที่ ในเชียงใหม่ ในประเทศไทย ที่เป็นอย่างนี้ ที่มีปัญหาเหมือนกัน ทำนองเดียวกัน เราก็ต้องมีการแก้ไขปัญหาโดยการที่เราต้องเอาทุกภาคส่วนมาร่วมในการแก้ไข ปัญหาร่วมกัน ผมถือว่าเรื่องนี้เป็นแค่เริ่มต้น เป็นบทเรียนที่ทุกภาคส่วนต้องมีการหันหน้ากันเข้ามาจับมือกันอย่างแท้จริง และแก้ไขปัญหาได้”
 
โปรดติดตามตอนต่อไป...
 

 

 



--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog

สบท. ติง 3G ทีโอที ต้องเพิ่มมิติคุ้มครองผู้บริโภค

สบท. ติง 3G ทีโอที ต้องเพิ่มมิติคุ้มครองผู้บริโภค

คณะ กรรมการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ติงบริการ 3G ของทีโอที มีหลายแง่ที่ยังไม่สอดคล้องกฎหมาย กทช. เสนอ 7 ประเด็นที่ควรกำกับดูแล ทั้งเรื่องแบบสัญญา พื้นที่บริการที่ครอบคลุม อัตราค่าบริการ และคุณภาพบริการ การลงทะเบียนและจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการ ตลอดจนด้านความเป็นธรรมในการแข่งขัน โดยหนุนเรื่องการโรมมิ่งที่ไม่ผูกขาด และส่งเสริมผู้ให้บริการรายย่อยด้วย

กรณีการเปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G ของ บมจ. ทีโอที ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2552 เป็นที่จับตามองของหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้รวมถึงคณะกรรมการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (คบท.) ที่ได้พิจารณาเรื่องนี้และนำเสนอความเห็นถึงคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่ง ชาติ (กทช.) โดยตั้งข้อสังเกตและแสดงความห่วงใยในหลายแง่มุมที่เกี่ยวกับมิติการคุ้มครอง ผู้บริโภคและความเป็นธรรมในการแข่งขัน

ในมิติการคุ้มครองผู้บริโภค ประเด็นสำคัญที่มีการติง คือเรื่องของแบบสัญญาให้บริการ ซึ่งตามกฎหมายมีข้อกำหนดว่า ผู้ให้บริการต้องจัดส่งแบบสัญญาให้ กทช. พิจารณาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน หากจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงต้องเสนอล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่ในกรณีการให้บริการ 3G ของ บมจ. ทีโอที มีการจัดส่งแบบสัญญาให้ กทช. พิจารณาเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 โดยแจ้งว่า ได้เคยส่งให้ กทช. พิจารณาแล้วแต่ยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบ ดังนั้นจึงต้องพิจารณาว่า แบบสัญญาที่ว่าเคยส่งให้ก่อนนั้นเป็นแบบสัญญาของบริการประเภทเดียวกันหรือ ไม่

นอกจากนี้ในกรณีของผู้ให้บริการรายอื่นที่เป็น MVNO ซึ่งก็คือเป็นผู้ให้บริการที่ไม่มีระบบโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเอง ก็มีหน้าที่ต้องส่งแบบสัญญามาให้ กทช. พิจารณาเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันบางรายได้เปิดให้บริการแล้ว เช่น i-mobile และ IEC เป็นต้น

อีกเรื่องคืออัตราค่าบริการ ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า ประโยชน์ของบริการระบบ 3G คือความสามารถในการรับส่งข้อมูลความเร็วสูง จากข้อมูลของบริษัทพบว่า จะมีการเก็บค่าบริการตามปริมาณข้อมูลอยู่ที่ 0.20 – 1 บาท/MB ซึ่งเป็นอัตราที่ประหยัดกว่าอัตราทั่วไปของระบบเดิมที่มีการคิดประมาณ 0.12 บาท/KB

 “แต่ปัญหาของการคิดอัตราค่าบริการข้อมูลตามปริมาณข้อมูลคือ ผู้บริโภคจะประมาณการค่าใช้จ่ายหรือจำกัดการใช้งานได้ยาก ขณะที่การคิดค่าบริการตามระยะเวลาใช้งานทำได้ง่ายกว่า แต่บริการ 3G ของทีโอทียังไม่มีการคิดค่าบริการข้อมูลตามระยะเวลาใช้งาน ดังนั้น คบท. จึงเสนอแนะว่า ควรให้มีระบบการคิดค่าบริการทั้งสองแบบ เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค ในทำนองเดียวกัน เรื่องของพื้นที่ให้บริการที่ขณะนี้จำกัดเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล ก็ควรมีการขยายให้ประชาชนในภูมิภาคต่างๆ ได้มีโอกาสได้ใช้บริการด้วย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่นอก โครงข่าย รวมถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น คนหูหนวก” น.ส.สารี อ๋องสมหวัง หนึ่งในกรรมการ คบท. ระบุ

ข้อน่าห่วงใยอีกประการหนึ่งในความเห็นของ คบท. คือ การที่บริการ 3G ของทีโอทีมีการจำกัดระยะเวลาการใช้งานการให้บริการระบบเติมเงิน เช่น เติม 50 บาทใช้งานได้ 5 วัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับประกาศ กทช. เรื่องมาตรฐานของสัญญาฯ

นายชัยรัตน์ แสงอรุณ กรรมการ คบท. ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายขยายความว่า “เรื่องนี้ ในกรณี บมจ. ทีโอทีอาจแย้งว่า สัญญาให้บริการเดิมได้รับการคุ้มครองตามบทเฉพาะกาลของประกาศดังกล่าว แต่กรณีบริการของ MVNO นั้น ไม่เคยมีสัญญาให้บริการเดิมมาก่อน การจำกัดระยะเวลาใช้งานจึงไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย”

ในความเห็นของ คบท. ยังมีผลกระทบที่ควรมีการคำนึงถึงอีกประการหนึ่ง คือเรื่องของการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการ เพราะเมื่อผู้บริโภคนำบริการ 3G ไปใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จะส่งผลกระทบต่อการบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เนื่องจากจะไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้

จากประเด็นที่น่าห่วงใยทั้งหมด ที่ประชุม คบท. จึงมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการให้บริการ 3G บนโครงข่ายทีโอที ในหลายประเด็น ได้แก่

1) ควรเร่งพิจารณาแบบสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G โดยเฉพาะของผู้ให้บริการ MVNO เนื่องจากไม่เคยมีสัญญาเดิมมาก่อน

2) ควรกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูงของบริการข้อมูล และส่งเสริมให้มีการคิดค่าบริการทั้งตามระยะเวลางานและตามปริมาณข้อมูล

3) ควรแก้ปัญหาการจำกัดระยะเวลาใช้งานของโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเติมเงินอย่างจริงจัง

4) ควรมีระบบติดตามตรวจสอบคุณภาพและพื้นที่บริการของระบบ 3G และกำกับดูแลให้เกิดการโรมมิ่ง เพื่อผู้บริโภคสามารถใช้บริการปกติได้นอกพื้นที่ให้บริการ 3G ซึ่งส่งผลให้ประหยัดทรัพยากรเลขหมาย

5) ควรกำกับดูแลการแข่งขัน เพื่อให้ผู้ให้บริการรายใหม่หรือรายย่อยสามารถอยู่รอดได้ โดยเฉพาะกรณีผู้ให้บริการรายใหญ่จะโรมมิ่ง บริการข้อมูลกับโครงข่าย 3G ของ บมจ.ทีโอที

6) ควรกำกับดูแลให้มีการขยายพื้นที่ให้บริการ เพื่อให้ประชาชนในส่วนภูมิภาคเข้าถึงบริการได้

7) ควรกำชับให้มีการลงทะเบียนหรือจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการในระบบเติมเงิน อย่างเคร่งครัดเพื่อให้สามารถตรวจสอบผู้กระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ได้

http://www.prachatai.com/journal/2010/02/27612



--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ปตท.- ต้องอ่านจะได้รู้ข้อเท็จจริง

 


--- On Tue, 1/26/10, CK S <nid68@windowslive.com> wrote:

From: CK S <nid68@windowslive.com>
Subject:  ปตท. (ช่วยอ่านกันหน่อยนะ)
To:
Date: Tuesday, January 26, 2010, 4:15 AM


 











 


 




 

> > หากคุณเห็นด้วย.. รบกวนช่วยส่งต่อกันเยอะๆ เพื่อส่วนรวม


> > ใครดูรายการของคุณสัญา คุนากร
> > ได้คุยเรื่องน้ำมันในประเทศไทย ฟังเเล้วช๊อคจริงๆครับเพื่อนๆ
> > ทางคุณสัญาได้เชิญอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกระทรวงพลังงานมาเล่าให้ฟัง
> > ซึ่งผู้ใหญ่ท่านนี้เป็นข้าราชการระดับสูงในกระทรวงพลังงานในสมัยพลเอกเปรม
> >
> > ได้ฟังท่านเล่าเเล้วผมขนลุก...ครับ
> > ผมเข้าใจผิดมาตลอดว่าเมืองไทยไม่สามารถผลิตนำมันได้เองต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
> > ซึ่งท่านบอกว่าเมืองไทยมีกำลังผลิตได้ 1,000,000 บาร์เรล/วัน(ปตท.)
> > เเละเมืองไทยใช้น้ำมันวันละ 700,000 บาเรล/วัน
> > เเละเมืองไทยส่งออกน้ำมันประมาณ 100,000 บาเรล/วัน
> >
> > ฟังเเล้วเพื่อนคิดยังงัยครับ
> > เเละที่เเย่กว่านั้น..น้ำมันที่ส่งออกไปขายในต่างประเทศราคาถูกกว่าที่ขายในเมืองไทยหลายบาทถ้าเทียบต่อลิตร
> > ตอนนี้มาเลเซียใช้น้ำมันเบนซินเเละดีเซลประมาณลิตรละ 20 บาทต้นๆ
> > ท่านบอกว่าสาเหตุที่ทำให้น้ำมันราคาเเพง เพราะว่าอธิบดีหรือผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงพลังงานถือหุ้นบริษัทโรงกลั่น
> > ทำให้ไม่มีการเข้ามาจัดการเเละดูเเล
> > ราคาที่ปรับขึ้นทีละ .50 บาทเป็นการขึ้นจากโรงกลั่นซึ่งราคาที่ปรับขึ้นไม่ได้มาจาก cost ต้นทุน
> > เเต่ป็นราคาที่ตั้งขึ้นมาลอยๆ โดยอ้างอิงจากตลาดที่ผันผวนมากที่สุด
> > ในที่นี้ท่านยกตัวอย่างตลาดสิงคโปร์ เเต่จริงๆเราซื้อจากตะวันออกกลาง
> >
> > เเละอีกอย่างที่น่าตกใจ ท่านบอกว่าในประเทศไทยมี stock น้ำมัน 2 เดือนเเละหมุนเวียนอย่างนี้เรื่อยๆ
> > พอเวลากระทรวงปรับน้ำขึ้นพวกพ่อค้าเอาน้ำมันใน stock มาปรับขึ้นด้วย
> > คิดดูเอาเองว่าเป็นเงินเท่าไหร่
> > ไทยใช้ 700,000 บาเรล/วัน ( 1 บาเรล = 159 ลิตร )
> > 2 เดือนกี่ลิตร ลิตรละ .50 บาท ลองคูณดู
> >
> > บริษัทที่ได้กำไรเยอะมากคือ ปตท เพราะมีโรงกลั่น 5 โรง อีก 2 โรงเป็นของเอกชน
> > รวมในประเทศไทยมีโรงกลั่น 7 โรง เป็นของ ปตท 5 โรง
> > เเล้วท่านสรุปกำไรของปตทในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ประมาณปี 2540-2544 ปตท กำไรปีละ 22,000 ล้านบาทครับ
> > ฟังเเล้วเป็นงัยครับพี่น้อง...
> > กำไรเท่ากับงบประมาณ 1 กรมเลยทีเดียว
> >
> > เเละที่สุดยอดกว่านั้น ปี 2545-2550 ปตทกำไรเพิ่มเป็น 50,000ล้านบาท/ปี
> > เเละที่สุดๆ คือ ในปี 2548 กำไร 195,000 ล้านบาท
> > ฟังเเล้วอยากให้ลูกทำงานบริษัท ปตท มั้ยครับเพื่อนๆ
> > กำไรดังกล่าวมาจากอะไรลองคิดดูครับ
> > ประชาชนตาดำๆอย่างเราเสียค่าน้ำมันลิตรละ 36 บาท
> > ถ้าเป็นรัฐบาลก่อนๆ น้ำมันขึ้น 3 บาท รัฐมนตรี นายก ต้องก้นร้อนเเล้ว
> > เเล้วรัฐบาลน ี้ล่ะ..ตอนนี้ขึ้นไปกี่บาทเเล้ว เพื่อนๆลองคิดดูเเล้วกัน
> >
> > ถ้า ปตท ลดกำไรลงเท่ากับ 20,000 ล้านบาท/ปี
> > เเค่นี้เราก็ใช้นำมันลิตร 20 บาทเเล้วครับ
> > (นี่เเหละเหตุผลที่ไม่อยากให้เเปรรูปอุตสาหกรรมพวกนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน)
> >
> > นี่คือเหตุผลว่าทำไมพนักงานการไฟฟ้าถึงได้ประท้วงเวลามีการเเปรรูป
> > เพราะมันจะเป็นเหมือนน้ำมัน ซึ่งพอเข้าตลาดหุ้นจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนตามมา
> > อธิบดี รัฐมนตรี เมียอธิบดี เมียรัฐมนตรี ถือหุ้นโรงกลั่น
> > ทำให้ไอ้พวกนี้ไม่เข้าไปดูเเลเเละจัดการอย่างจริงจัง
> > ทำให้น้ำมันเเตะลิตรละ 40 บาทเเล้ว ณ ปัจจุบัน
> >
> >
> > มาร่วมมือกันดีไหม...


ด้วยการเติม esso, shell
และถ้าจะให้ดีกว่านี้..เราต้องร่วมมือกันไม่ซื้อมากกว่าที่จำเป็นต้องใช้
ถ้าทุกครั้งเราเคยเติม 1000 บาทหรือเต็มถ้ง.. คราวนี้เราจะไม่เติมมากกว่าที่เราจำเป็นต้องใช้
> >
ตัวอย่างเช่น วันนี้จะวิ่ง 30 กม. เราก็เติม 4.5 ลิตรหรือ 200 บาท 
จะวิ่งอีก 70 กม. เราก็เติม 10 ลิตรหรือ 400 บาท
จะวิ่งอีก 100 กม. เราก็เติม 14 ลิตรหรือ 500 บาท
> >
 อย่าเติมเยอะ...
 ไม่ต้องไปตุนเพราะกลัวว่าพรุ่งนี้จะขึ้นราคา
> >
 คราวนี้สต็อกน้ำมันในคลังก็จะล้น
 เพราะปริมาณที่เคยขายทุกวันก็จะถูกเลื่อนให้ต้องเก็บไปขายในอนาคต
 ถ้ามันยังอยากขายก็ต้องลดราคาลงมา ให้มันรู้ว่าไผเป็นไผ
 เคยมีคนศึกษากรณีไข่ไก่แพง และได้ลองทำล้กษณะนี้ได้ผลมาแล้ว
> >
 สั่งสอนให้บทเรียนมันหน่อย เริ่มลงมือปฏิบัติการได้เลย
 ไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเลย ขอเพียงช่วยกันกระจายข่าวไปให้มากที่สุด
> >
 สามัคคีคือพลัง...
 ส่งมาให้อ่านกันเพราะอยากให้ราคาน้ำมันลดลงจริงๆ
 พวกเราโดนโอเปครวมหัวขึ้นราคาอย่างไม่เป็นธรรม ก็น่าจะมีมาตรการที่จะต่อสู้ ตอบโต้กลับไปบ้าง
 ข้อเสนอนี ้ก็น่าจะเป็นข้อเสนอหนึ่งที่ถ้าร่วมกันทำจริงๆ ก็น่าจะแสดงอะไรออกมาได้บ้าง


 
 





















































Hotmail: Trusted email with Microsoft’s powerful SPAM protection. Sign up now.

Windows Live: Make it easier for your friends to see what you’re up to on Facebook.


Windows 7: ช่วยให้สิ่งที่คุณทำอยู่ทุกวันง่ายขึ้น ค้นหาพีซีที่เหมาะสมกับคุณ






--
ขอเชิญอ่าน  blog.Thank you so much.
chan
http://integration9.blogspot.com/ integration
http://sundara21.blogspot.com/      sandara
http://same111.blogspot.com/        culture
http://sea-canoe.blogspot.com/      seacanoe
www.pil.in.th
http://www.openthaidemocracy.com

วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

แถลงการณ์สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย


แถลงการณ์สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย

ถึงสมาชิกใน STUDENT FEDERATION OF THAILAND

Kaptan Jungteerapanich 01 กุมภาพันธ์เวลา 21:09 น.
แถลงการณ์สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย
โปรดระวัง “สงครามประชาชน”

จากความเคลื่อนไหวของกองทัพในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีความน่าเป็นห่วงที่จะนำไปสู่การรัฐประหารยึดอำนาจ และกวาดล้างปราบปรามประชาชนที่ทำการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย การข่มขู่ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อขบวนการประชาชนเป็นไปอย่างแพร่หลายในหมู่ กองทัพ ผ่านการออกมาแสดงความเห็นทางการเมือง ที่เบื้องหน้าคือการเรียกร้องให้บ้านเมืองมีความสงบ และต้องการปกป้องชาติ แต่เบื้องหลังคือการปิดปากข่มขู่ประชาชนไม่ให้เคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ด้วยข้ออ้างเดิมๆคือเรื่องของ “ความมั่นคง” ของชาติ ทั้งๆที่ความไม่สงบ และความไม่เป็นประชาธิปไตยที่มีอยู่ในบ้านเมืองขณะนี้ ล้วนแต่เกิดขึ้นจากบทบาทของกองทัพที่แสดงออกไม่ถูกต้อง ที่ไปหนุนเสริมการขึ้นมาสู่อำนาจของอำมาตยาธิปไตยจนขบวนการประชาชนผู้รัก ประชาธิปไตยไม่อาจฝืนทนดูอยู่ได้
มาจนถึงวันนี้ กองทัพก็ยังคงยืนยันในบทบาทเดิมของตน ที่จะปกป้อง “ความมั่นคง” ของอำมาตยาธิปไตยมากกว่าความมั่นคงของประชาธิปไตยและประชาชนต่อไป และยืนยันหนักข้อขึ้นเรื่อยๆอย่างพร้อมเพรียง ว่าตนพร้อมที่จะพิทักษ์ความมั่นคงของอำมาตยาธิปไตย และปราบปรามประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทั่วประเทศ ที่เป็นอุปสรรคต่อความมั่นคงของระบอบอำมาตยาธิปไตย ซึ่งการออกมาแถลงเช่นนี้ของทหาร เป็นการประกาศชัดเจนว่าตนพร้อมที่จะทำทุกอย่างแม้กระทั่งการรัฐประหาร
ต่อสถานการณ์เช่นนี้ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย มีความเป็นห่วงต่อบ้านเมือง ต่อประชาธิปไตย ต่อประชาชน และแม้กระทั่งต่อตัวกองทัพเอง ด้วยว่าหากมีการรัฐประหารเกิดขึ้นจริง “สงครามประชาชน” หรือการต่อต้านในระดับทั่วประเทศของมวลมหาประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ต่อการรัฐประหารและกองทัพ ย่อมที่จะเกิดขึ้นแน่แท้ และย่อมเป็นสงครามที่ดำเนินไปจนถึงที่สุด จนกองทัพเองย่อมไม่สามารถต้านทานได้
ด้วยความคะนึงเป็นห่วงเช่นนี้ พวกเราจึงขอประกาศเจตนารมณ์เรียกร้องต่อกองทัพ และประกาศจุดยืนของพวกเราต่อสถานการณ์ในขณะนี้และในภายภาคหน้าดังต่อไปนี้
๑. พวกเราขอเตือนสติฝ่ายกองทัพให้จงคำนึงถึงผลที่จะตามมาให้ดี หากมีการระดมกำลังรัฐประหารปราบปรามประชาชนเกิดขึ้น ผลที่ตามมาย่อมไม่ใช่ความสะดวกโยธินเหมือนดั่งรัฐประหารครั้งที่ผ่านๆมาใน ประวัติศาสตร์เป็นแน่แท้ ประชาชนที่ถูกยกระดับจิตสำนึกของตนได้ก้าวพ้นจุดที่จะอยู่นิ่งเฉยต่อการรัฐ ประหารเหมือนครั้งที่ผ่านๆมาได้แล้ว และจะดำเนินการคัดค้านต่อสู้อย่างถึงที่สุด
๒. พวกเราสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย พร้อมนักศึกษาในเครือข่ายของเราทั่วประเทศ มีจุดยืนที่ต่อต้านการรัฐประหาร และอยู่เคียงข้างสนับสนุนการต่อสู้ของประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ ณ ขณะนี้ทั่วประเทศในนามของ “คนเสื้อแดง” และหากมีการก่อรัฐประหารเกิดขึ้นจริง พวกเราพร้อมที่จะระดมนักศึกษาผู้รักประชาธิปไตยจากทั่วประเทศ ไปทำการคัดค้านต่อสู้กับการรัฐประหารจนถึงที่สุดพร้อมกับประชาชนผู้รัก ประชาธิปไตยที่จะออกมาต่อต้านจนถึงที่สุดเช่นเดียวกัน

โปรดระวัง “สงครามประชาชน”
ประชาธิปไตยย่อมได้รับชัยชนะ!!!

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย
1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

http://www.facebook.com/#/inbox/?folder=[fb]messages&page=1&tid=1194195384150

--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog

Statement on February, 1 2010 A Forewarn of “People’s war”


Statement on February, 1 2010 A Forewarn of “People’s war”

ถึงสมาชิกใน STUDENT FEDERATION OF THAILAND

Kaptan Jungteerapanich 01 กุมภาพันธ์เวลา 21:08 น
Statement on February, 1 2010
A Forewarn of “People’s war”

Due to the recent movement of the army, there exists a concern that it will eventually lead to a coup and a demolition of demonstration for democracy. Threats and intimidations, direct as well as indirect ones, towards people movement have dispersed widely among the army. These are nicely done through expressing political opinions to call for peace and defending the country but behind those words are a cruel message to the people not to build up any movements with the same old excuse about ‘national security’, even though the dispute and the unstable situation right now are all caused by the inappropriate role of the army by supporting the bureaucratic elites into the power. People movement who are fighting for democracy can absolutely not tolerate this.
Until today, the army still insists their old role to defend the ‘security’ of the bureaucratic elites more than that of democracy and the people. They even claim in harmony their readiness to protect the bureaucratic elites and demolish the people who call for democracy all over the country that can come to be an obstacle. These actions leave us interpret no other but that they have made themselves clear that they are ready to do everything even a coup.
To this situation, the Student Federation of Thailand holds a concern towards the country, the democracy, the people and even to the army themselves that if a coup really happens again, ‘people’s war’ or the resistance of the people all over the country who want democracy will occur for certain and it will be a war which continues until the very end until the army has to surrender.
Accord to this concern, we would like to call the army and declare our intention towards the current situation and in the future as following:
1. We would like to the army to concern about the consequences that will follow if there is a coup to demolish the people. The consequences will not be as convenient as the previous coups in the history. People whose moral and conscience are lifted have crossed beyond the point of ignorance like before and will therefore object until the absolute.
2. We, the Student Federation of Thailand, together with our student networks all over the country, have a clear stand to act against the coup and stand besides the people’s struggle for democracy, including the ‘red shirts’. If there is eventually a coup, we are ready to mobilize students and people who want democracy to fight with the coup until the end.

Forewarning to the People’s war
Democracy will eventually win!
http://www.facebook.com/#/inbox/?folder=[fb]messages&page=1&tid=1195328771695

--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog

แจ้งปิดช่องจราจรสร้างเส้นทางบีอาร์ทีเป็นระยะตลอดเดือน ก.พ.



 
จาก: Bangkok.go.th <webmaster@bangkok.go.th>
วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2553, 10:59
หัวเรื่อง: แจ้งปิดช่องจราจรสร้างเส้นทางบีอาร์ทีเป็นระยะตลอดเดือน ก.พ.
ถึง: 0891103280@truemove.com


แจ้งปิดช่องจราจรสร้างเส้นทางบีอาร์ทีเป็นระยะตลอดเดือน ก.พ.
บีอาร์ทีคืบภายในสัปดาห์หน้ากทม. ลงนามสัญญาจ้างกรุงเทพธนาคมบริหารจัดการเดินรถ พร้อมเซ็นสัญญาจ้าง BTSC จัดหารถโดยสารเดินรถไปพร้อมกัน มั่นใจเปิดบริการ 15 พ.ค. แน่นอน พร้อมวอนประชาชนหลีกเลี่ยง 1-28 ก.พ. กทม. จะปิด 1 ช่องจราจร บน ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ และ ถ.พระราม 3 เป็นระยะๆ เพื่อซ่อมผิวทาง

ดร. ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ต้นสัปดาห์หน้ากรุงเทพมหานคร กับบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด จะมีการเซ็นสัญญาจ้างบริหารจัดการเดินรถ โครงการบริหารจัดการให้บริการรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ ( BRT) พร้อมกันนี้อาจจะมีการเซ็นสัญญาจ้างผู้เดินรถ พร้อมจัดหารถโดยสาร ระหว่างบริษัท กรุงเทพธนาคม กับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ไปพร้อมกัน ซึ่งหลังจากนั้นจะเริ่มต้นนับถอยหลังเพื่อเปิดให้บริการเดินรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ BRT สายแรกของประเทศไทย เส้นทางช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ ระยะทาง 16 กิโลเมตร ภายในวันที่ 15 พ.ค. 53 แน่นอน

อย่างไรก็ตามในช่วงระหว่างเดือน ก.พ. - เม.ย. จะมีการปิดช่องการจราจรเป็นระยะๆ จึงขอให้ผู้ที่ใช้เส้นทางบน ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ ถ.พระราม 3 หลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านหรือเหลื่อมเวลาการเดินทางเพื่อลดผลกระทบการจราจร ทั้งนี้แผนงานก่อสร้างที่จะมีการปิดช่องจราจร ระหว่างวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2553 จะปิดช่องจราจร 1 ช่องทาง บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อซ่อมผิวทางลาดยาง ช่วงระหว่างแยก ซอยนราธิวาส ฯ 17 ไปจนถึงแยกนราราม 3 และจะมีการปิดช่องจราจร 1 ช่องทาง บนถนนพระราม 3 เพื่อซ่อมผิวทางคอนกรีต ช่วงระหว่าง บริเวณซอยวัดด่าน ไปจนถึงใต้สะพานพระราม 9 จึงขอให้ประชาชนเลี่ยงไปใช้เส้นทางถนนนางลิ้นจี่ - ถนนรัชดาภิเษก

จากนั้นระหว่างวันที่ 16 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2553 จะปิดช่องจราจร 1 ช่องทาง บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อซ่อมผิวทางลาดยาง ช่วงระหว่างแยกสาทร – นราธิวาส ฯ ไปจนถึงแยกนราราม 3 และ จะมีการปิดช่องจราจร 1 ช่องทาง บนถนนพระราม 3 เพื่อซ่อมผิว ทางคอนกรีต ช่วงระหว่างแยกซอยวัดด่าน ไปจนถึงแยกถนนเจริญกรุง จึงขอให้ประชาชนใช้เส้นทางเลี่ยง ถนนนางลิ้นจี่ – ถนนจันทน์ – ถนนเจริญกรุง 



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
หากต้องการยกเลิกการรับข่าวสาร กดที่นี่



--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
chun
http://tham-manamai.blogspot.com /sundara        
http://dbd-52hi5com.blogspot.com/ dbd_52
http://thammanamai.blogspot.com/ อายุวัฒนา
http://sunsangfun.blogspot.com/ suntu
http://originality9.blogspot.com/ originality
http://wisdom1951.blogspot.com/ wisdom

แถลงการณ์ สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน เรื่อง ขอให้ทบทวนการบังคับใช้ พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2484

 

นที สรวารี แถลงการณ์ สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน เรื่อง ขอให้ทบทวนการบังคับใช้ พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2484


แถลงการณ์ สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน
เรื่อง ขอให้ทบทวนการบังคับใช้ พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2484

ตามที่ คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครโดยนายธีระชน มโมมัยพิบูลย์ ได้กำหนดมาตรการให้มีการกวาดล้างขอทานในเขตกรุงเทพมหานคร
         ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 โดยใช้อำนาจตามพระราชบัญญัต
ิควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2484 บังคับใช้นั้น

สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน(องค์กรสาธารณประโยชน์) ในฐานะองค์กรอาสาสมัครที่ดำเนินกิจกรรมในกลุ่มเป้าหมายคน ไร้ที่พึ่ง คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน คนเร่ร่อนไร้บ้าน ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ มาอย่างต่อเนื่อง ขอเรียกร้องให้ คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ทบทวนมาตรการดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุเพราะ พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวมีเนื่อหาที่ล่อแหลมและสุ่มสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะในมาตรา 11 และมาตร 12 อีกทั้ง พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว อยู่ในกระบวนการ ยกร่างแก้ไข และปรับปรุง ให้สอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ ปัจจุบัน อนึ่ง หากจะกล่าวอ้างว่า การดำเนินการครั้งนี้ มุ่งเน้นขอทานที่ถูกหลอก ล่อลวงมา หรือ กระทำการกันเป็นขบวนการ ก็มีพระราชบัญญัตปิราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. /2551 บังคับใช้อยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้อง ใช้อำนาจตาม พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2484 ที่มีเนื้อหาขัดแย้งกับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เกือบทั้งฉบับ

ดังนั้นจึงขอให้คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร โดยนายธีระชน มโมมัยพิบูลย์ ทบทวนการบังคับใช้ พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2484 ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 นี้อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับ พิจารณา ข้อเสนอแนะตามที่องค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอไปก่อนหน้านี้ เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานในอนาคตต่อไป

ประกาศมา ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553
สมาคมสร้างสรค์กิจกรรมอิสรชน(องค์กรสาธารประโยชน์)
คนไร้บ้าน โดนหิ้วให้พ้นรัศมีท่านผู้น

http://www.facebook.com/notes/nthi-sr-wari/thaelngkar-smakhm-srangsrrkh-kickrrm-xisr-chn-rexng-khx-hi-thbthwn-kar-bngkhb-ch/281230817862


--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
chun
http://tham-manamai.blogspot.com /sundara        
http://dbd-52hi5com.blogspot.com/ dbd_52
http://thammanamai.blogspot.com/ อายุวัฒนา
http://sunsangfun.blogspot.com/ suntu
http://originality9.blogspot.com/ originality
http://wisdom1951.blogspot.com/ wisdom